ราคาบอลประจำวันพฤหัสบดี >>ดูทั้งหมด<<


ข่าวใหม่ล่าสุด >>ดูทั้งหมด<<

คนละแนว ! เทพหลุยส์ บอกความต่างของ คาร์ร่า & เจิด หากต้องรับบทกุนซือ

update

​ หลุยส์ การ์เซีย อดีตกองหน้าผู้ติดยศเทพของ ลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์ถึงความแตกต่างกันระหว่าง เจมี คาร์ราเกอร์ กับ สตีเวน เจอร์ราร์ด สองแข้งสัญลักษณ์สโมสรสำหรับบทบาทการเป็นผู้จัดการทีมในอนาคต "สองคนนี้มีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจนนะ คาร์ราเกอร์ น่าจะเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จได้ในลีกอิตาลี ส่วน สตีวี่ เขาคงทำได้ดีกว่าหากคุมทีมที่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ" เทพหลุยส์ กล่าว#LFC Express https://t.co/j8VK8lvwk9 Liverpool news: Luis Garcia says he needed special treatment to deal with Jamie Carragher— LFC Infinite (@LFCinfinite) November 22, 2017 "คาร์รา ให้คำแนะนำผมมเยอะมากทั้งในและนอกสนาม ซึ่งบางทีก็เยอะเกินไปจนผมแทบจะเป็นบ้าเลยเวลาได้ยินเสียงเขาตะโกนขึ้นมา (หัวเราะ) ฟังตอนนี้อาจตลกแต่มันคือเรื่องจริง !" "ตอนอยู่กับ ลิเวอร์พูล ผมทำงานร่วมกันกับนักจิตวิทยาการกีฬา ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องของสภาวะจิตใจต่อเกมการแข่งขัน และสิ่งหนึ่งที่ต้องขอให้เขาช่วยคือ ทำอย่างไรถึงจะไม่หลอนไปกับเสียงตะโกนของ คาร์ราเกอร์ นี่แหละ" สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด ​​

  • เต็มถัง ! อาซาร์ ส่งสัญญาณเตือน หงส์แดง เกมบิ๊กแมตช์สุดสัปดาห์นี้
    update

    ​ เอเดน อาซาร์ แนวรุกซูเปอร์สตาร์ของ เชลซี ออกมาส่งสัญญาณเตือนถึง ลิเวอร์พูล คู่แข่งในเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ว่า พวกเขาพร้อมทำศึกใหญ่ที่สนามแอนฟิลด์ด้วยสภาพร่างกายที่ฟิตเต็มเปี่ยมแล้ว โดยกลางสัปดาห์นี้ทัพนักเตะสิงห์บลูได้ลงเล่นเกม  ยูฟา แชมเปียนส์ลีก กับ คาราบัค ซึ่งก็ถล่มไปอย่างง่ายดายด้วยสกอร์ 4-0 แถมกุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ ยังวางแผนหมุนเวียนนักเตะเพื่อรักษาสภาพความฟิตไว้ชนเกมถัดไปได้อย่างน่าทึ่งอีกด้วยhttps://t.co/NquBUud2NZ Don't forget to retweet us!— ULFC (@U_L_F_C) November 22, 2017 "อย่างที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าวันเสาร์นี้เรามีบิ๊กแมตช์กับ ลิเวอร์พูล ที่สนามแอนฟิลด์ รออยู่ ฉะนั้นจึงมีบางคนที่ถูกเปลี่ยนออกไว และบางคนเป็นตัวสำรอง" อาซาร์ กล่าว "ฉะนั้นการที่ผมกับ เอ็นโกโล ก็องเต้ ถูกเปลี่ยนตัวออกไปในช่วงนาทีที่ 65-75 นั้น นั้นส่งผลให้ร่างกายของพวกเราไม่กรอบเกินไป บอกเลยนะพวกเราพร้อมแล้วสำหรับเกมวันเสาร์นี้" สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด ​​

  • สลด ! บลินด์ ยอมรับ ครึ่งหลัง ผี เล่นแย่ จนต้องแพ้ให้ บาเซิล
    update

    ​ ดาลีย์ บลินด์ ปราการหลังชาวฮอลแลนด์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมากล่าวยอมรับว่าทีมทำผลงานได้ไม่ดีพอในครึ่งหลังจนต้องพ่ายแพ้ให้แก่ บาเซิล ไป 1-0 เมื่อคืนที่ผ่านมา "ทุกอย่างดีมาตลอดครึ่งแรก แต่พอเข้าสู่ครึ่งหลังสถานการณ์ก็ขึ้น ๆ ลง ๆ จนคาดเดาอะไรไม่ถูก แถมลูกที่ บาเซิล ได้ประตูนั้นก็เป็นการครอสที่ยอดเยี่ยมมาก ไมเคิล แลง สอดมาด้านหลัง ซึ่งนั่นทำให้ผมช้าไปหนึ่งก้าว" บลินด์ กล่าวDaley Blind: Why I was at fault for Basel's winner #Basel #MUFC https://t.co/1nuxCW0fCm— Express Sport (@DExpress_Sport) November 22, 2017 "อย่างไรก็ตาม ทีมไม่ได้สูญเสียความมั่นใจอะไรมากมายนัก เนื่องจากตำแหน่งบนตารางคะแนน ยูฟา แชมเปียนส์ลีก นั้นยังคงดีอยู่ ฉะนั้นผลการแข่งในวันนี้จึงไม่ได้เป็นปัญหาอะไร" ปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รั้งตำแหน่งจ่าฝูงบนตารางคะแนนในกลุ่ม A ของ ยูฟา แชมเปียนส์ลีก โดยมี 12 แต้มการันตีการเข้ารอบ 100% ส่วน บาเซิล นั้นมี 9 แต้ม ตามมาเป็นอันดับสอง  สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด ​​

  • อะ อ้าว ! ตำนานปืน เชียร์ โอซิล ย้ายซบ ผีแดง ฟอร์มจะกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
    update

    ​ เอียน ไรท์ อดีตดาวยิงคนสำคัญของ อาร์เซนอล พูดถึงแข้งรุ่นน้องอย่าง เมซุต โอซิล ว่าหากย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามที่มีข่าวลือหนักมาก ณ เวลานี้ จะเป็นผลดีต่อฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวเองแน่ "ผมคงต้องขออนุญาตพูดกันตรง ๆ เลยว่าหาก เมซุต โอซิล ยายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลุ่มนักเตะที่เก่ง ๆ ในทีมนั้นจะส่งเสริมให้เขาทำผลงานได้ดีขึ้น" ไรท์ กล่าวIan Wright explains why Manchester United are perfect for Mesut Ozil #mufc #ManUtd https://t.co/wG3QV7gpIY— Man Utd Latest (@ManUtdLatestCom) November 22, 2017 "สตาร์ชาวเยอรมันคนนี้ ไม่ใช่ผู้เล่นประเภทที่จะเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ในยามคับขัน เขาไม่สามารถเล่นได้เด่นอยู่คนเดียวหากเพื่อน ๆ พากันฟอร์มตกหมด" "ฉะนั้นหากวันไหนพวกกองหน้าเกิดทื่อขึ้นมาปุ๊บ โอซิล ก็จะเงียบตามไปด้วย และจากที่เห็นคือ อาร์เซน เวนเกอร์ ไม่สามารถช่วยให้ลูกทีมคนนี้รักษาฟอร์มเก่งเอาไว้ได้ต่อเนื่องเลย นั่นแหละปัญหา" สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด ​​

  • เติมด่วน ! ริโอ วิเคราะห์ แข้งแบบไหนที่จะทำให้ หงส์แดง แข็งแกร่งขึ้น
    update

    ​ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตนักเตะในตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกความเห็นว่า ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องหาใครสักคนเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ขาดให้ได้สำหรับตลาดหน้าหนาวนี้ "บอกกันตามตรงเลยนะว่าผมไม่สนใจหรอกว่า ลิเวอร์พูล จะไปซื้อใครมาเสริมทัพในช่วงเดือนมกราคมนี้ แต่แค่อยากเห็นทีมนี้ได้ผู้เล่นที่มีความน่าเกรงขามมาอยู่ด้วยสักคน" ริโอ กล่าวRio Ferdinand pinpoints exactly where Liverpool need to strengthen in January transfer window https://t.co/qXs3ZzUyx7 pic.twitter.com/XIjhBRoNlB— Mirror Football (@MirrorFootball) November 22, 2017 "เพราะตามความเห็นของผม ลิเวอร์พูล กำลังขาดคนที่มีบุคลิกโดดเด่นเป็นนักสู้ สั่นคลอนจิตใจของฝ่ายตรงข้ามให้หวั่นไหวได้ เอาง่าย ๆ เลยพวกเขาไม่มีผู้นำที่แท้จริงอยู่ในทีม โดยเฉพาะแผงแนวรับทั้ง 4" "นักเตะประเภทที่กล่าวถึงจะจำเป็นมากยามต้องเจอศึกแบบเกมเสมอ เซบีญา เพราะนอกจากกระตุ้นเพื่อนได้แล้วยังคอยกำกับตำแหน่งการยืนของลูกทีมได้อีกด้วย นายอยู่ตรงนี้นะ นายอย่าขึ้นสูงเกินไปนะ อย่าไปตรงนั้น อย่าเติมไปตรงนี้ ฯลฯ"สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด

  • มันคือจุดเปลี่ยน ! แลมพ์ ชี้ การตัดสินใจของ จ่ามู ทำ ผี พ่าย บาเซิล
    update

    ​ แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตกองกลางในตำนานของ เชลซี ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายต่อ เอฟซี บาเซิล ไป 1-0 เมื่อคืนนี้ว่า ทุกอย่างมาพังเอาตอนครึ่งหลังจากการตัดสินใจเปลี่ยนตัวของ โฆเซ มูรินโญ  "วันนี้ ยูไนเต็ด จะต้องเซ็งสุด ๆ แน่ เพราะครึ่งแรกแม้จะไม่ได้ยอดเยี่ยมที่สุด แต่พวกเขาก็เล่นกันได้ค่อนข้างดี แล้วพอเข้าครึ่งหลัง ทุกอย่างกลับกลายเป็นแย่สุด ๆ แทนซะงั้น" แลมพ์ กล่าว "และไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลกลใด การเจอกับ บาเซิล ในวันนี้ โฆเซ มูรินโญ ปิดเกมของตัวเองทั้ง ๆ ที่ยังมีเวลาเหลืออีกตั้ง 25 นาที"Man Utd news: Frank Lampard slams Jose Mourinho’s tactics and substitutions against Basel Click Here ... pic.twitter.com/I1VUgWgzPN— scorehighlights (@scorehighlights) November 22, 2017 "เขาเปลี่ยนเอา พอล ป็อกบา ออกแล้วส่ง เนมานยา มาติช เข้ามาแทน แล้วก็ปล่อยให้ โมเมนตัม เทไปอยู่ฝั่ง บาเซิล จนหมด เพราะเราจะเห็นว่าเจ้าถิ่นเปิดเกมรุกถาโถมผ่านแดนกลางเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า" "ฟอร์มการเล่นแบบนั้นมันไม่ดีพอสำหรับทีมระดับ แมนเชสเเตอร์ ยูไนเต็ด โอเค ตำแหน่งบนตารางนั้นหายห่วงก็จริง แต่ถึงกระนั้นมันก็น่าผิดหวังมากอยู่ดีมิใช่หรือ"  สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น! *ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด ​​

  • 3 เรื่องหลังเกม สิงห์บลูส์ ฟอร์มแจ่ม บุกถล่ม คาราบัค 4-0
    update

    22 พ.ย. 60, แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017/18, รอบแบ่งกลุ่ม, กลุ่ม ซี, นัดที่ 5: คาราบัค 0-4 เชลซี สิงห์บลูส์ ได้ประตูจาก: อาซาร์ (จุดโทษ น.21), วิลเลียน (น.36, น.85), ฟาเบรกาส (จุดโทษ น.73) คาราบัค: เหลือผู้เล่น 10 คน โดย ราชาด ซาดีกอฟ กัปตันทีม โดนใบแดง น.19 3. ชัยชนะที่ง่ายดายอีกครั้ง ? อาจจะใช่ แต่ไม่ 100% มันง่ายตอนที่คู่แข่งเหลือ 10 คน เพราะเจ้าถิ่นเล่นกันได้ดีเลยทีเดียว และเกือบได้ประตูออกนำไปก่อนด้วยซ้ำ มันทำท่าว่า เชลซี จะเจองานยากซะแล้วในนัดนี้ แต่ใบแดงคือจุดเปลี่ยนทั้งหมดของเกม และทุกอย่างก็ง่ายสำหรับ สิงห์บลูส์  ผู้เล่นเจ้าบ้านอาจคิดว่ามันเป็นการฟาวล์ที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไร แต่ในมุมมองของผู้ตัดสินอาจมองว่า ราชาด ซาดีกอฟ กัปตันทีม คือผู้เล่นคนสุดท้าย 2. ลุยซ์ สำรองนัดถัดไป ? ดาวิด ลุยซ์ กลับมามีชื่อเป็นตัวจริงอีกครั้ง หลังสองนัดก่อนหน้านี้สูญเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับ อันเดรียส คริสเตียนเซ่น ท่ามกลางข่าวลือว่าอาจมีปัญหากับ อันโตนิโอ คอนเต้ อย่างไรก็ตาม การที่ไม่ส่ง ลุยซ์ ลงสนาม คอนเต้ ให้เหตุผลว่า 'เป็นเรื่องของแท็คติก' เกมเมื่อคืนที่ผ่านมากับ คาราบัค กุนซือชาวอิตาเลี่ยน ตัดสินใจหมุนเวียนผู้เล่นหลายคน - อัลบาโร่ โมราต้า, ติเอมูเอ บากาโยโก้, แกรี่ เคฮิลล์ และ อันเดรียส คริสเตียนเซ่น สตาร์ทเป็นตัวสำรอง นั่นอาจพอคาดเดาได้ว่า ลุยซ์ จะไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมบิ๊กแมตช์กับ ลิเวอร์พูล วันเสาร์นี้ ? 1. 3 ประสานจูนกันติด อันโตนิโอ คอนเต้ ตัดสินใจพัก อัลบาโร่ โมราต้า เป็นตัวสำรองในเกมนี้ ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกส่งลงมาในครึ่งหลัง คอนเต้ วางหมากโดยใช้ 3 ประสานแนวรุก - วิลเลียน - อาซาร์ - เปโดร - ซึ่งทั้งสามคนนี้จะเคลื่อนที่กันตลอดเวลา และคอยประสานงานร่วมกันในการทำเกมรุก เฉพาะอย่างยิ่ง อาซาร์ กับ วิลเลียน ที่ทำผลงานได้ดีเหลือเกินในนัดนี้ ก่อนที่ทั้งคู่จะมีชื่อเป็นผู้ทำประตู  - ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด - 

  • ไปลุ้นนัดสุดท้าย ! 4 เรื่องหลังเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกพ่าย บาเซิ่ล 0-1
    update

     22 พ.ย. 60, แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017, รอบแบ่งกลุ่ม, กลุ่ม เอ, นัดที่ 5: บาเซิ่ล 1-0 แมนฯ ยูไนเต็ด บาเซิ่ล ได้ประตูจาก: แลง (น.89) 4. สิ้นเปลือง โชเซ่ มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า นัดนี้ในครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะยิงได้ 5-0 !!!!!!! มารูยาน เฟลไลนี่ ได้ลุ้นโหม่งทำประตู 2-3 ครั้ง ในขณะที่ โรเมลู ลูกากู หลุดเดี่ยวเข้าไปยิง แต่ไปติดเซฟนายด่าน บาเซิ่ล มาร์กอส โรโฮ มีโอกาสสับไก แต่บอลดันไปชนอย่างคานอย่างน่าเสียดาย ด้าน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ก็ยิงไม่ผ่านนายทวารเจ้าบ้าน  มันก็จริงอย่างที่ มูรินโญ่ พูดนั่นแหละ เพราะในครึ่งแรกพวกเขาควรที่จะขึ้นนำเจ้าถิ่นแต่ก็ใช้โอกาสสิ้นเปลืองกันไปเอง 3. ยินดีต้อนรับการกลับมา มาร์กอส โรโฮ กลับมาลงเป็นตัวจริงให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นหนแรกในรอบ 7 เดือน หลังหายหน้าหายตาไปนาน เหตุเพราะ เจ็บเอ็นหัวเข่าจนต้องใช้เวลาพักฟื้นหลายเดือน  เกมนี้เขาจับคู่กับ คริส สมอลลิ่ง เพราะ คู่หูของเขาอย่าง ฟิล โจนส์ มีปัญหาบาดเจ็บที่ต้นขา ตลอดทั้ง 90 นาที  มีเสียท่าไป 1 จังหวะให้กับแนวรุกของ บาเซิ่ล ในช่วงต้นครึ่งแรก เขาเกือบมีชื่อเป็นผู้ทำประตูจากลูกยิงไกล แต่บอลดันไปชนคานอย่างน่าเสียดาย  ในครึ่งหลังสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ทีมเสียจุดโทษ อย่างไรก็ตาม เขาช่วยบล็อกจังหวะสำคัญได้  2. แบ็กโดนจวก แบ็กสองข้างของ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังโดนแฟนบอลของตัวเองวิจารณ์อย่างหนักในตอนนี้ หลังทำผลงานได้ไม่ดีสักเท่าไหร่ ดาลี่ย์ บลินด์ และ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน ทำหน้าที่ลงเล่นเป็น แบ็กซ้าย และ แบ็กขวา เมื่อคืนที่ผ่านมา บลินด์ มีโอกาสเปิดบอลให้กับ มารูยาน เฟลไลนี่ เกือบโหม่งทำประตูได้ 2 ครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นในครึ่งแรก 1. จากการครอสด้านข้าง 2. จากลูกฟรีคิก  นั่นคือประโยชน์ที่เขาสร้างให้กับทีมในเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ในแง่ของเกมรับยังคงเป็นปัญหาสำหรับเขา ในขณะที่ ดาร์เมี่ยน รายนี้ดูจะหนักกว่าใครเพื่อน เพราะการเติมเกมรุกของเขาไม่ได้ช่วยสร้างประโยชน์อะไรให้กับทีมเลย  การเปิดบอลจากด้านข้างยังคงเป็นปัญหาสำหรับเขา ซึ่งในครึ่งแรกมันมีจังหวะหนึ่งที่เขามีโอกาสเปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่เจ้าตัวกลับเปิดโด่งเลยเพื่อนออกไปชนิดที่ไม่ได้ลุ้นอะไรเลย ซึ่ง ปอล ป็อกบา ที่ยืนรออยู่ข้างในถึงขั้นบ่น  ในเรื่องของเกมรับ ครึ่งหลังเขาเคลียร์บอลไม่ขาด จนเปิดโอกาสให้ บาเซิล ได้สร้างเกมรุกและเปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ผู้เล่นของเจ้าบ้านจะโหม่งไปชนคาน รุก และรับ คือปัญหาสำหรับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน ในนัดนี้  1. เล่นเพื่อ ชนะ และ เล่นเพื่อ เสมอ? เกมนี้มันแบ่งเป็นสองครึ่ง ครึ่งแรกเป็นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ส่วนครึ่งหลังเป็นของ บาเซิ่ล ครึ่งแรกดูเหมือน ปีศาจแดง จะเล่นเพื่อชนะ เพราะพวกเขามีโอกาสที่จะทำประตูหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถส่งบอลเข้าไปในตาข่ายได้ ครึ่งหลัง เกมมันต่างจากครึ่งแรกโดยสิ้นเชิง พวกเขาเหมือนจะเล่นเพื่อเสมอซะมากกว่า เพราะหากจบด้วยผลเสมอ มันก็เพียงพอต่อการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม บาเซิ่ล ยกระดับเกมของตัวเองได้ดี ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เน้นรับซะเป็นส่วนใหญ่ แถมการเปลี่ยน ปอล ป็อกบา ออก ยิ่งทำให้มิติการสร้างเกมรุกขาดหายไป โชเซ่ มูรินโญ่ เหมือนจะวางแผนมาก่อนแล้วว่าควรจะให้นักเตะคนไหนเล่นกี่นาที และเขาก็คงมองว่าเกมนี้ลูกทีมของเขาน่าจะเอาอยู่ แต่แผนมันดันมาแตกซะก่อนในช่วงท้ายเกม นั่นส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องไปเหนื่อยต่อในนัดสุดท้ายกับ ซีเอสเคเอ มอสโก ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อย่างไรก็ตาม โอกาสที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของพวกเขายังคงสดใสอยู่ดี   - ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด - 

  • ตัดเกรด ! แข้ง ปีศาจแดง บุกโดน บาเซิ่ล อัด 0-1
    update

    ​22 พ.ย. 60, แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017, รอบแบ่งกลุ่ม, กลุ่ม เอ, นัดที่ 5: บาเซิ่ล 1-0 แมนฯ ยูไนเต็ด บาเซิ่ล ได้ประตูจาก: แลง (น.89)ผู้รักษาประตูRomero 20 ​เซร์คิโอ โรเมโร่ 6.5: ครึ่งหลังทำงานหนักหน่อย เพราะทีมโดนบุกบ่อย ซึ่งต่างจากครึ่งแรกพอสมควร เขาพุ่งเซฟสวย ๆ ไป 1 หนในครึ่งหลัง อันที่จริงเขาทำหน้าที่แทน ดาบิด เด เคอา นายด่านมือ 1 ได้ดี แม้ว่าจะเสียไป 1 ประตูก็ตามกองหลังDarmian 36 Smalling 12 Rojo 5 Blind 17 ​มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน 5: นานทีจะได้เล่นแบ็กขวาที แต่การเปิดบอลของเขาทำได้ไม่ดีสักเท่าไหร่  ในครึ่งหลังเขาเคลียร์บอลไม่ขาด จนเปิดโอกาสให้ บาเซิล ได้สร้างเกมรุกและเปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ผู้เล่นของเจ้าบ้านจะโหม่งไปชนคาน คริส สมอลลิ่ง 6.5: รับมือกับลูกกลางอากาศได้ดี มาร์กอส โรโฮ 6.5: มีเสียท่าไป 1 จังหวะในช่วงต้นครึ่งแรก แต่ก็เกือบทำประตูได้จากลูกยิงไกล ส่วนครึ่งหลังสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ทีมเสียจุดโทษ อย่างไรก็ตาม เขาช่วยบล็อกจังหวะสำคัญได้ ดาลี่ย์ บลินด์ 5.5: เปิดบอลให้ เฟลไลนี่ เกือบโหม่งทำประตูได้ 2 ครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นในครึ่งแรก 1. จากการครอสด้านข้าง 2. จากลูกฟรีคิก แต่ตลอดทั้ง 90 นาที ในแง่ของเกมรับเขาทำได้ไม่ค่อยดีนักกองกลางAnder 21 Fellaini 27 Lingard 14 Pogba 6 Martial 11 ​อันเดร์ เอร์เรร่า 5.5: ไม่มีอะไรเด่น เน้นปลอดภัยเหมือนเดิม มารูยาน เฟลไลนี่ 6: มีโอกาสโหม่งทำประตูไปประมาณ 2-3 ครั้ง แต่ไม่เป็นประตู แต่ก็ได้ลุ้นเลยทีเดียว เจสซี่ ลินการ์ด 5.5 (ถูกเปลี่ยนออก น.64): พยายามหุบเข้าในเพื่อที่จะประสานงานกับเพื่อนร่วมทีม แต่ไม่ค่อยมีอะไรน่ากลัวสักเท่าไหร่ ปอล ป็อกบา 7 (ถูกเปลี่ยนออก น.66): บอละลุช่องอันแม่นยำให้กับ ลูกากู ในครึ่งแรก น่าเสียดายที่มันไม่เป็นประตู เขาคอยขับเคลื่อนเกม และมีบทบาทเยอะในนัดนี้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 6 (ถูกเปลี่ยนออก น.74):  อาจไม่ค่อยได้คุกคามเจ้าบ้านสักเท่าไหร่ในช่วง 40 นาทีแรก อย่างไรก็ตาม ปลายครึ่งแรกเขาเกือบทำประตูให้ทีมออกนำ ส่วนครึ่งหลังเริ่มต้นมาได้ดีด้วยการเปิดบอลให้ ลูกากู โหม่ง แต่ก็ข้ามคานออกไป กองหน้าLukaku 9 ​โรเมลู ลูกากู 6: โอกาสดีที่สุดของเขาคือ หลุดเดี่ยวไปตัว ๆ กับนายด่านเจ้าถิ่นในครึ่งแรก แต่ยิงไปติดเซฟอย่างน่าเสียดาย สำรองที่ใช้: มาร์คัส แรชฟอร์ด  6 (ลงมาแทน ลินการ์ด น.64) ตอนแรกยืนฝั่งขวา ก่อนโยกมาฝั่งซ้าย และมีโอกาสสับไกไป 1 ครั้ง เนมานย่า มาติช 6 (ลงมาแทน ป็อกบา น.66): ลงมาอัดเกมตรงกลางให้แน่น เข้าใจว่าการเปลี่ยน ป็อกบา ออก เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช 6 (ลงมาแทน มาร์กซิยาล น.74): การลงมาของเขาทำให้ต้องโยก ลูกากู ไปยืนริมเส้นฝั่งขวา เขามีโอกาสทำประตู 2 ครั้ง แต่ข้ามคานหมดเลย สำรองไม่ได้ใช้: สำรอง: โจเอล เปเรยร่า, วิคอร์ ลินเดอเลิฟ, ลุค ชอว์, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์  - ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด -

  • ตัดเกรด ! สิงห์บลูส์ บุกอัด คาราบัค 4 ตุง ศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก
    update

    ​ 22 พ.ย. 60, แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017/18, รอบแบ่งกลุ่ม, กลุ่ม ซี, นัดที่ 5: คาราบัค 0-4 เชลซี สิงห์บลูส์ ได้ประตูจาก: อาซาร์ (จุดโทษ น.21), วิลเลียน (น.36, น.85), ฟาเบรกาส (จุดโทษ น.73) คาราบัค: เหลือผู้เล่น 10 คน โดย ราชาด ซาดีกอฟ กัปตันทีม โดนใบแดง น.19 ผู้รักษาประตูCourtois 13 ​ธิโบต์ กูร์กตัวส์ 6: มีเสียวจังหวะเดียวสำหรับเขาก็คือ จังหวะที่เจ้าถิ่นยิงไปชนคาน อย่างไรก็ตาม เขาแทบไม่ได้เซฟลูกยาก ๆ เลย กองหลังAzpilicueta 28 Luiz 30 Rüdiger 2 ​เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า 6: ดักบอลได้เยี่ยมในจังหวะที่ คาราบัค สวนกลับเร็ว ดาวิด ลุยซ์ 6: ได้โอกาสขึ้นโหม่งจากลูกเตะมุมสองครั้ง แต่ไม่ตรงกรอบ ในแง่ของเกมรับหลังจากที่เจ้าถิ่นเหลือ 10 คน เขาก็ไม่ค่อยเจองานหนักสักเท่าไหร่ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ 6: งานไม่หนักมาก ยิ่งตอนที่ คาราบัค เหลือ 10 ตัว ยิ่งงานเบาเลย กองกลางZappacosta 21 Fábregas 4 Kanté 7 Alonso 3 ​ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า 6: ครึ่งแรกพลาดท่าเสียบอลจนเกือบโดนคู่แข่งยิงประตู ยังดีที่ผู้เล่นของ คาราบัค ยิงไปติดบล็อก แต่โดยรวมก็ไม่ได้แย่อะไร เขาเติมเกมรุกขึ้นมาหลายครั้ง  เชส ฟาเบรกาส 7.5: ได้ลองส่องไกลไปหนหนึ่งในช่วงต้นครึ่งแรก และพยายามครอสบอลให้เพื่อนหลายครั้งในเกมนี้ บอลจากเท้าของเขาถือว่าได้ลุ้นเลยทีเดียว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ 6.5 (ถูกเปลี่ยนออก น.75): ทำลายจังหวะเกมรุกของคู่ต่อสู้ได้หลายครั้ง มาร์กอส อลอนโซ่ 6 (ถูกเปลี่ยนออก น.58): บทบาทค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับ ซัปปาคอสต้า กองหน้าWillian 22 Hazard 10 Pedro 11 ​วิลเลียน 8.5 ประสานงานกับ อาซาร์ ได้ดี และเรียกจุดโทษให้กับทีมได้ 2 ครั้ง แถมจัดคนเดียว 2 ตุงอีกต่างหาก นัดนี้ปังมาก-ขอบอก เอแด็น อาซาร์ 8 (ถูกเปลี่ยนออก น.65): เขาพยายามประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมในแนวรุก (เปโดร และ วิลเลียน) และยิงจุดโทษเข้าไปอย่างเยือกเย็น ก่อนจะมาแอสซิสต์ให้ วิลเลียน ทำประตู เปโดร 6.5: ในบรรดา 3 แนวรุก เขาดูไม่โดดเด่นเท่า อาซาร์ และ วิลเลียน แต่ก็ได้เห็นการประสานงานของเขากับเพื่อนร่วมทีมในจังหวะที่ทีมขึ้นนำ 2-0  ช่วงปลายครั้งแรกมีจังหวะโซโล่เดี่ยวจากครึ่งสนามก่อนที่จะหลุดเข้าไปยิง แต่ติดเซฟนายด่าน คาราบัค สำรองที่ใช้: อัลบาโร่ โมราต้า 6 (ลงมาแทน อาซาร์ น.65): เกือบทำประตูได้ 2 หน แต่เขาน่าจะทำได้ดีกว่านี้ เฉพาะอย่างยิ่งโอกาสยิงครั้งแรก แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ 6 (ลงมาแทน ก็องเต้ น.75): ลงมาในช่วงที่เกมขาดแล้ว คุมแดนกลางสบาย ๆ แกรี่ เคฮิลล์ 6 (แทน อลอนโซ่ น.58): ไม่เจอแรงกดดันจากเจ้าถิ่นมากนัก  สำรองไม่ได้ใช้: วิลลี่ กาบาเยโร่, ติเอมูเอ้ บากาโยโก้, อันเดรียส คริสเตียนเซ่น, ดูยอน สเตอร์ลิ่ง - ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด -

  • ถึงฎีกา ! แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดท่าโดนท้ายเกม บุกพ่าย บาเซิ่ล 0-1
    update

    ผลการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คืนวันพุธที่ 23 มิถุนายน 2017จบเกม: บาเซิ่ล  (สวิตเซอร์แลนด์) 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)​เกมผ่านไป 10 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ไม่มีโอกาสลุ้นประตูอะไร นาทีที่ 12 ทีมเยือนได้ลุ้นประตูก่อนจากจังหวะได้หลุดเดี่ยวของลูกากู แต่ยิงไม่ผ่านมือวาคลิก ก่อนที่จังหวะต่อมา เฟลไลนี่ ได้โหม่งบอลจะเข้าอยู่แล้ว แต่อคันยี่ โหม่งเคลียร์จากเส้นออกไปได้ นาทีที่ 16 บลินด์ เปิดฟรีคิกระยะเกือบสามสิบหลาวางเข้าเขตโทษ เฟลไลนี่ โฉบตัดกองหลังได้โหม่ง แต่บอลหลุดกรอบออกไป ผ่านครึ่งทางครึ่งแรกทีมเยือนครองบอลเหนือกว่าชัดเจนแต่ส่วนมากก็จะขึงเกมรุกได้แต่ยังหาโอกาสเข้าทำไม่ได้ นาทีที่ 28 กดดันอยู่นาน ทีมเยือนได้ลุ้นประตูจากจังหวะหลุดเข้าไปยิงในเขตโทษของลินการ์ด ยังติดแนวรับเจ้าบ้านออกหลังไป นาทีที่ 32 แมนฯ ยูไนเต็ดได้ฟรีคิกระยะ 20 หลา ป๊อกบาตัดสินใจยิงบอลหลุดออกหลังไปแบบหมดลุ้น นาทีที่ 41 โอกาสแรกในเกมนี้ของเจ้าบ้านจากฟรีคิกเกือบ 35 หลา โอเบร์ลิน วิ่งมาหวดด้วยขวาบอลเหินข้ามคานออกไปไกล นาทีที่ 42 ทีมเยือนน่าได้ประตูสุดๆ จากลูกเปิดของมาร์กซิยาล ให้ เฟลไลนี่ โหม่งบอลเฉือนๆ ไปชนเสาเหลี่ยมนอกออกหลัง นาทีที่ 44 จากจังหวะสวนกลับ มาร์กซิยาลใช้ความเร็วกระชากผ่านแนวรับสองคนได้ยิงแต่ไม่ผ่านการเซฟของวาคลิก ก่อนที่นาทีต่อมา โรโฮ เติมจากแนวหลังขึ้นมาระยะ 30 หลา ก่อนตัดสินใจยิงไกล บอลโดนศรีษะ ซูชี่ แนวรับเจ้าบ้านบอลพุ่งชนคาน จบครึ่งแรก เอฟซี บาเซิ่ล 0 – 0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มต้นครึ่งหลังทั้งสองยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น นาทีที่ 47 มาร์กซิยาลเปิดบอลเข้าเขตโทษลูกากูได้โหม่งบอลเหินข้ามคานออกไป นาทีที่ 50 เจ้าบ้านได้ตอบโต้จากลูกฟรีคิก บอลโดนสกัดออกมา และเป็นเดีย ยิงไกลบอลเฉี่ยวเสาออกไปครบหนึ่งชั่วโมงพอดี เจ้าบ้านได้ฟรีคิกด้านขวา ซุฟฟี่ เปิดเข้ากลาง ไม่ผ่านแนวรับแมนฯ ยูไนเต็ด ออกหลัง ก่อนที่จังหวะต่อมา ซุฟฟี่คนเดิมเปิดบอลก็เข้าเขตโษ ก็ยังไม่ผ่านแนวรับทีมเยือน นาทีที่ 62 เจ้าบ้านบุกมากขึ้นเรื่อยๆ สเตฟเฟ่น ได้บอลทะลักมานอกเขตโทษ ก่อนจะปั่นด้วยซ้ายบอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว นาทีที่ 64 ทีมเยือนเปลี่ยนตัว มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสนามแทนที่ เจสซี่ ลินการ์ด ก่อนที่เนมานยา มาติช จะลงมาอีกคนแทนที่ ปอล ป๊อกบาในอีกสองนาทีต่อมา นาทีที่ 67 เจ้าบ้านน่าได้ประตูที่สุดจากจังหวะได้กดดันด้วยลูกเปิดด้านข้าง มิเคล แลงได้โหม่ง บอลพุ่งชนสามเหลี่ยมกระเด้งออกมา นาทีที่ 72 โอกาสมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเจ้าบ้าน โอเบร์ลินได้บอลหลุดเข้าเขตโทษก่อนได้ยิงไปติดเซฟ โรเมโร่ ออกหลังไป นาทีที่ 74 ทีมเยือนเปลี่ยนตัวคนสุดท้ายส่ง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ลงมาเล่นแทนที่ของอองโตนี่ มาร์กซิยาล นาทีที่ 80 เจ้าบ้านเปลี่ยนตัวคนแรก ถอด เซอร์รี่ เดีย ที่บาดเจ็บออก ส่งอเล็กซานเดอร์ ฟรานน์สัน ลงเล่นแทน นาทีที่ 84 มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน เสียฟาลว์ และกลายเป็นคนแรกที่รับใบเหลืองในเกมนี้ด้วย Goal! นาทีที่ 89 เจ้าบ้านมาได้ประตูสำคัญในช่วงที่สำคัญสุดๆ จากจังหวะเปิดบอลของเปเตร็ตต้า ปาดเข้ากลางบอลผ่านหน้าโอเบร์ลินบอลหลุดไปถึง มิชาเอล แล็ง  ได้ยิงมุมแคบเข้าไป ในขณะที่เหลือเวลาไม่ถึงนาที จบเกม เอฟซี บาเซิ่ล 1 – 0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าบ้านมี 9 คะแนนเต็ม ต้องไปลุ้นเข้ารอบในเกมสุดท้ายกับการไปเยือนเบนฟิก้าที่ตกรอบไปแล้ว ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่การันตีการเข้ารอบ แม้ว่าจะมีโอกาสเข้ารอบสูงมากก็ตามจากเฮดทูเฮดที่ดีกว่าทั้ง บาเซิ่ล และซีเอสเคเอ มอสโก 11 ตัวจริง ทั้ง 2 ทีมUnsere Aufstellung gegen @ManUtd!#UCL #zämmestark #FCBasel1893 #MUFC pic.twitter.com/mGWotzGSLR— FC Basel 1893 (@FC_Basel) November 22, 2017 ​​The team news is in! Here's your #MUFC starting XI for tonight's #UCL fixture... pic.twitter.com/hzisplp3fN— Manchester United (@ManUtd) November 22, 2017 ​​

ตารางการถ่ายทอดสดวันพฤหัสบดี

ไฮไลท์ล่าสุด >>ดูทั้งหมด<<

ไฮไลท์เด็ด วูล์ฟแฮมป์ตัน 4-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด

update

วูล์ฟแฮมป์ตัน 4-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด

ยูโรป้า ลีก (UEFA Europa League 2017-2018)